Friday, June 5, 2009

พ่อฉันชื่อดาบชิด




เมื่อเช้า่มืดนั่งเขียนเรื่องสั้นอยู่

แต่เขียน ๆ ไป

ฝนก็ตกโปรยปราย

ปรอยปรอยพลอยน่านอน

แล้วสมองก็ตัน เพราะง่วง

เช้าวันนี้ฉันมีแพลนไปในเมืองสุพรรณบุรี

จะไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ

แถวบ้านของฉันไม่มีธนาคารนี้

เงินเดือนที่ทำงานจะได้โอนมาได้

ไปสุพรรณโดยนั่งรถเครื่องไป

แต่ฝนเจ้ากรรมก็ยังตกอยู่

กว่าจะออกจากบ้านได้ก็แปดโมงครึ่ง

แต่ฝนก็ยังตกอยู่






หมวกกันน๊อกวางไว้บนโต๊ะ

ฉันกำลังคิดว่าควรใส่ขับรถไปดีไหม

เพราะใส่ขับรถทีไร มันขับรถไม่ถนัด

วิสัยทัศน์ในการมองแคบไปถนัดตา

ขับรถนาน ๆ ก็ปวดหัว

หัวเรามันใหญ่ ใส่แล้วหายใจไม่ออก

สุดท้ายคิดได้ก็วางมันไว้บนโต๊ะที่เดิม

เอาหมวกแก๊ปกำมะหยี่สี่ดำมาใส่เหมือนเคย

ใส่เสื้อคลุมให้มิดชิด

เพราะผิวที่ดำอยู่แล้วกลัวไม่รู้จะดำอย่างไรอีก






ขาไปขับรถปลอดภัย

ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

หนึ่งชั่วโมงถึงเมือง

ฉันใช้ถนนอาชาเลี่ยงเมืองเข้าในตลาด

เพราะกลัวตำรวจแถวแยกแขวงจะจับ

ติดไฟแดงตรงวัดพระรูป

เห็นมีคนใส่หมวกกันน๊อกทั้งนั้น

ใจเริ่มหวั่น

แล้วถ้าฉันข้ามไปฝั่งตลาดนี่จะโดนเลยมั้ยเนี่ย

ไฟเขียวใกล้ปรากฏ

มีฟีโน่ไม่สวมกันน๊อกมาเทียบข้างเครื่องให้พออุ่นใจ

อย่างน้อยถ้าฉันโดนจับ อีนี่ก็โดนไปด้วย

ฮ่ะ ๆ ๆ

ไฟเขียวปรากฏขึ้นแล้ว

เลี้ยวขึ้นสะพาน เห็นหอคอยตระหง่านอยู่เสี้ยวแว๊บ






ก่อนที่จะลงสะพาน

ฉันไม่ตรงเข้าถนนให้ตำรวจจับดอก

ฉันก็เลี้ยวเข้าตลาดเลย

ถ้าตำรวจมาดักจับในตลาดแผงลอย

ก็สุดยอดตำรวจแล้วแหละ

ถวายกราบตีนเลย





แต่ใจเจ้ากรรมเจ้าเอ๋ย

ฉันยังไม่รู้เลย ธนาคารกรุงเทพอยู่ตรงไหน

เข้าตลาดมาเรื่อย ๆ

ผ่านโรงหนังฟ้าสยาม

โผล่ตรงสี่แยกนางพิม

ตำรวจยืนตระหง่านตรงสี่แยก

จอดรถเข้าข้างทางเลยครับ

เดินออกไปดูข้างถนนใกล้ ๆ กับตำรวจ

ว่าธนาคารอยู่แถวนี้ไหม

"ไม่มี"

เอาไงเนี่ย

โทรไปถามเจ้าบ้านสักหน่อย

เธออาจจะรู้สักนิด

แต่ก็ผิดคาด

ฮ่ะ ๆ ๆ

รอบนี้ขับวนอยู่ในตลาดอีก

ไปโผล่ตรงธนาคารกรุงไทย

อ่าาา นั่นไง ดอกบัวตระหง่านตรงโน้น

แต่ตำรวจอยู่ตรงนี้

ก็หาทางหลบเข้าตลาด

ไปโผล่หน้าธนาคารกรุงเทพเลย

ตำรวจไม่ได้แอ้มฉันหรอก

ฮ่ะ ๆ ๆ






เปิดบัญชีเสร็จ

กลับบ้านทันที

รอบนี้กลับบ้านอย่างสบายใจ

ธุระของฉันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ถึงด่านช้างแล้ว มีแพลนไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลต่อ





ฉันขับรถอยู่ตรงนี้

แต่สายตาฉันมองไปข้างหน้าเป็นร้อยเมตร

ว่าตำรวจมีดักข้างทางไหม

ก็โล่งดี

กลับเลี่ยงเมืองทางเดิม

โผล่ตรงสารพัดช่าง

เลี้ยวขวาปุ๊ป

เสียงนกหวีดกรีดยาวทันที



ตำรวจผอมเรียวสูง

มีหนวดเป็นกระหย่อม

ใส่แว่นสีดำประทับตราเรย์แบนด์อยู่ที่ขอบแว่น

ป้ายชื่อที่อก "พันศักดิ์"

คล้องปลอกแขนสีขาวแสดงตำแหน่งเป็นตำรวจจราจร

ชูแขนขึ้นฟ้าแล้วกวักมือให้เข้าข้างทาง



"หมวกกันน๊อกไปไหน"

"ไม่มีครับ"

"ไม่มีตังค์ซื้อรึไง"

"มีครับ แต่หมวกอยู่บ้าน"

"เสียค่าปรับนะ"

พันศักดิ์ยกใบค่าปรับขึ้นมาเขียน

"ชื่ออะไร?"

"ธีรวัฒน์"

"นามสกุล?"

"ภักดีชาติ"

"เขียนยังไง"

ฉันเปิดกระเป๋าตังค์หยิบบัตรประชาชนให้พันศักดิ์ดู

"น่าจะหยิบขึ้นมาตั้งนานได้แล้วนะมึง"

มึงเลยเหรอ ตำรวจพูดคำหยาบกับประชาชนเสียแล้ว

พันศักดิ์คว้าบัตรประชาชนของฉันไปอย่างรวดเร็ว

"ผมให้ดูเฉย ๆ นะครับ"

"กูมองไม่เห็น เอามาเขียนใบปรับให้มึงนี่แหละ"

"ก็ถอดแว่นซีครับ จ่า"

มองหน้า ยังเขียนต่อไป

"บ้านอยู่ด่านช้าง แล้วมาทำอะไรที่นี่"

"ธุระครับ"

"ธุระอะไร"

"ธนาคาร" ทำเสียงห้วนใส่

"ท่าทางเหมือนไม่กลัวตำรวจเลยนะ"

"ก็พ่อผมเป็นตำรวจอยู่ด่านช้าง" ความตอแหลเริ่มเข้าใส่

"เอ้า ลูกตำรวจเหรอ ชื่ออะไรวะ ต้องสอนลูกให้ใส่หมวกกันน๊อกซะแล้ว"

"ดาบชิด รู้จักมั้ย"

"กูไม่รู้หรอก ลูกดาบเลยเหรอ"

หน้าพันศักดิ์จ๋อยไปนิด




"เอ้าเสร็จแล้ว ร้อยบาท จ่ายตรงนี้เลย"

พันศักดิ์ฉีกใบค่าปรับ ฉันสังเกตว่าไม่มีกระดาษก๊อปปี้

"ไม่มีเงินครับ"

"เฮ้ย อะไรวะ ไม่มีเงินติดตัวเลยรึไง"

"ก็เอาไปธนาคารหมดแล้ว"

"ไม่มีเงินก็ยึดรถ"

"แล้วจ่ายที่โรงพักไม่ได้เหรอครับ"

"ไม่ได้ นี่มันตำรวจตั้งด่านขึ้นมาเฉพาะกิจ"

ฉันรับใบค่าปรับมา ในใบไม่เซ็นชื่อของพันศักดิ์ ไม่มีเซ็นรับ

มันเป็นที่น่าสงสัย

"ไม่มีเงิน ก็ไปคุยกับนาย อยู่ฝั่งนู้น ยศพันตรี"

พันศักดิ์ชี้ไปทางตำรวจนายหนึ่ง

"คนนั้นน่ะ ใส่หมวกแก๊ปดำ นั่นแหละ คนนั้นแหละ"




ฉันเดินข้ามถนนไป

ไปหาพันตรีใส่หมวกแก๊ป

ยกมือไหว้หนึ่งที

"เป็นลูกตำรวจเหรอวะ ฝั่งนู้นเขาวอมา"

ใจเริ่มสั่น

"ครับ"

"พ่อตำรวจที่ไหน"

"ด่านช้างครับ"

"แล้วมาทำอะไรที่นี่"

"ธนาคารครับ"

"ไม่มีเงินยืมก่อนก็ได้ เดี๋ยวจะตามไปทวงที่ด่านช้าง"

"ไม่ต้องหรอกครับ"

"ไม่ต้อง แล้วมีเงินเหรอ"

"ไม่มีครับ"

"ไม่มี งั้นก็ไป เก็บใบปรับไว้"

"โอเค เรียบร้อยแล้วนะครับ"

"เออ! ไปเหอะ "






ฉันข้ามถนนกลับไปฝั่งเดิม

เดินไปหาพันศักดิ์ บัตรประชาชนของฉันยังไม่ได้

พันศักดิ์ยื่นบัตรประชาชนให้

ฉันจะหยิบ

พันศักดิ์ชักบัตรกลับ

"นายว่าไงวะ"

"บอกว่าถ้าไปด่านช้างเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะเลี้ยงเบียร์"

พันศักดิ์ยื่นบัตรให้ ทำหน้าแหย

"กวนตีนนะมึง"

"นิดนึง"




ฉันเดินไปด้วยท่าทางสะใจ

ไม่หันมองกลับไป

เสียบกุญแจรถ

สตาร์ท

มองในกระจกรถนิดนึง

ถุยน้ำลายตรงปลายตีน

เบิ้ลรถเสียงดังสักนิด

แล้วบิดออกไป

สะใจจริง

พ่อฉันเป็นตำรวจ



ปัจฉิมลิขิต | มันคือเรื่องจริงนะจ๊ะ

1 comment:

  1. เพิ่งได้มาอ่าน

    โอ้ว ช่างกล้า

    พ่อเป็นตำรวจด้วยหรอจ้ะ

    555

    บรรยายเห็นภาพ สุดริด

    พฤติกรรมความเลวของ พันศักดิ์ นี่มันช่างน่าประจานเสียจริงๆ

    น่าเกลียด

    เป็นตำรวจยังไงใช้ถ้อยคำวาจาไม่สุภาพกับประชาชน

    มึง - กู

    โห โคตรแรงอ่ะ

    ชั่วจริง



    ปล. ลืมไป เพราะเธอไปกวนส้นเท้าเค้าด้วยนี่เนะ

    55

    ReplyDelete