Friday, January 1, 2010

คืนข้ามปี

31 ธันวา

เลิกงานตอนบ่ายสอง

นอนบ่ายสี่ ตื่นสี่ทุ่ม

ทำงานห้าทุ่ม
ปั่นจักรยานอยู่

"ฮัลโหล จะมาทำงานมั้ยเนี่ย"


"กำลังจะไปถึงแล้วเนี่ย"

"มาเร็ว ๆ ผลัดดึกยังไม่มีใครมา้เลย คนเยอะมาก มาเร็ว ๆ"

"เลิกบ่ายสองมันต้องทำงานเที่ยงคืนนู้นแล้ว"

"..."




มาถึงคิดเงิน

ขายของ

ยกโซดามาตั้งไว้

ขายไม่ทัน

น้ำแข็งในตู้หมด

แอลกอฮอล์ขายดี





1 มกรา

ขึ้นวันใหม่และปีใหม่

หลังเที่ยงคืน

แอลกอฮอล์ขายไม่ได้

เริ่มเปิดศึกกับลูกค้า


"โธ่ น้อง พี่ขออย่างเดียวพอหงกลมเดียวเอง ปีใหม่แล้ว มันขวดเท่าไหร่นะ"


"ร้อยแปดสิบสองบาทครับ"


"พี่ให้สองร้อยเลย ไอ้น้องง"

ลูกค้ายื่นธนบัตรแดงสองใบมาให้ "

เอาไป แ้ล้วเอาเหล้ามา"


ลูกค้าแผดเสียงพร้อมสีหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์


"ไม่ได้จริง ๆ ครับ"

เริ่มทำเสียงห้วนพร้อมใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราพอทำให้น่ากลัวขึ้นมาได้

หลังเที่ยงคืนพนักงานยังไม่มาอีกหนึ่งคน

โทรไปตาม บอกว่า ลาออก เออ เอาเข้าไป บอกว่า เหนื่อย

เหนื่อยพอแล้ว
รู้ว่ามันเหนื่อย แล้วถ้าออกไปแล้วคนที่อยู่้ไม่เหนื่อยกว่าเหรอ

ขอโทษ มันไม่ไหวจริง ๆ




หลังเที่ยงคืนเสียงข้อความในโทรศัพท์เริ่มดังเป็นระยะ


โทรมาอวยพร เออ ขอบคุณมาก แต่ไม่ว่างจริง ๆ ตีสองเพิ่งจะเริ่มทำความสะอาด

ลูกค้ามาประปราย เริ่มส่งข้อควา่มอวยพรปีใหม่





ตีสาม FC มาชิพดึก

เห็นฉันกำลังขัดเคาเตอร์ดริ้งค์อยู่้เลย

"ไอ้ยีนส์ ตีสี่แกจะเสร็จมั้ยเนี่ย"

"ปีใหม่ ก็ทำให้มันสะอาดหน่อยครับ :)"

ตีสี่เสร็จพอดี ออกไปกวาดพื้นหน้าร้าน

จักรยานไปไหน เอ้า ใครขี่ไป ดูรอบร้าน เอ่า ไม่มี ดูกล้อง ดูอยู่พัก






ไ้อเฮี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โจรปีใหม่
























....






















ขาอ่้อน

งง

งานไอ้ที่ไม่ค่อยจะเสร็จ

ก็ยิ่งไม่เสร็จเข้าไปใหม่















....

















อะไรกันนักหนา

รถเครื่องรอบที่แล้วเอาไปไม่มีตังต์เติมน้ำมันแล้วเหรอครับ

เดี๋ยวนี้มาขโมยจักรยานแทน



ตำรวจมา

ดูกล้อง

"น้องคนไหน"

"ผมเองครับ"

"พรุ่่งนี้เช้าเจ็ดโมง ไปแจ้งร้อยเวรนะ"

พยักหน้ารับ ว่าแล้วก็ต้องพูดประโยคนี้

ก็เหมือนรอบที่แล้วล่ะครับ









เจ็ดโมงเช้ายังไม่ออก

แปดโมงเช้าผู้จัดการเพิ่งมา

ลูกค้าเต็มร้าน

กับพนักงานผลัดดึกสองคน

เก้าโมงเช้าก็แล้ว




สิบเอ็ดโมงเช้าก็แล้ว

ไม่หยุด

ทำตลอด

เฮ้ย

บางคน

แมร่ง

ซื้อไปถมที่บ้านไงวะ

คนก็ไม่มีทำงาน

รถก็หาย

คนก็เยอะ

ปีก็ใหม่

งานก็ยังไม่เสร็จ

เที่ยงครึ่งถึงมีคนมาเปลี่ยน

ห่าราก

กูผลึดดึกนะว้อย

ไม่ใช่ผลัดเช้า

แมร่งคิดเงินมาทั้งคืนแล้ว

ยังให้กูคิดเงินตอนกลางวันอีก




ลูกค้าดีใจที่ได้ของที่ตัวเองต้องการ

เห็นยิ้มแก้มปริ

ที่พ่อซื้อหนังสือให้ลูก

แม่ซื้อเบอเกอร์ให้

แต่พนักงานที่คิดเงิน มันคนละอย่างกันเลยล่ะครับ




จะเป็นลม

ออกจากเคาเตอร์

ก็ก๊อปกล้องวงจรปิดเอง

อะไรเอง

ทำเอง

ไม่ต้องบอกผู้จัดการ

ขี้เกียจรอ

รถกูหาย

ไม่มีอารมณ์ทำงานแล้วว้อย








บ่ายโมงครึ่ง

ขึ้่นโรงพัก

ฉลองปีใหม่




เอากล้องไปให้ดู

ปริ้นรูปรถไปให้ดู




ชื่ออะไร

ขอดูบัตรประชาชนหน่อย

ร้อยเวรเสียงห้าวพลังแลมีอำนาจ

บนโต๊ะมีโน๊ตบุ๊กของกระทรวงไอซีทีรุ่นประหยัด

กับเครื่องปริ้นท์หมึกผสม

ภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำผิดกับข้างนอกที่ร้อนรุ่ม



หยิบกระเป๋าสตางค์พร้อมควักบัตรประชาชนที่ถ่ายสมัย ม.3

"นี่ครับ"

ระหว่างที่ร้อยเวรสอบปากคำ

จ่านิดที่เฝ้าหน้าห้องร้อยเวร

หนีความร้อนเข้ามาพึ่งแอร์เย็นข้างใน

พร้อมกับควักโทรศัพท์ไอโมบาย

ดึงเสา ดูทีวี

"เนี่ย ร้อยเวร เพิ่งซื้อมา แจ่มมั้ย ดูทีวีได้ด้วย"





"มีรูปจักรยานแบบชัด ๆ มั้ย"

"เอ่อ ไม่มีครับ"

"ถ้ามีมันก็ดี จะได้ตามง่าย ๆ"

"อ่อ ๆ มีครับ"

เปิดโทรศัพท์ เข้าเฟสบุ๊ค จำได้ว่าเคยอัพรูปจักรยานไว้บนนั้น

ส่งให้ร้อยเวรดู

"โห เยี่ยมมาก"


สอบปากคำไป พิมพ์ไป

ดูเหมือนการจะเป็นพนักงานสอบสวนได้

ต้องเก่งภาษาไทยเป็นแน่แท้

แลดูเอกสารสอบปากคำ

อ่านแล้วมันไพเราะกว่าที่คนประสบมาเองเสียอีก




ปริ้นท์ด้วยหมึกผสม

เอกสารสอบปากคำ

เซ็นชื่อ ธีรวัฒน์ จำเลย




แล้วก็คิดว่าปีใหม่ มันก็ไม่มีอะไรใหม่

มีแต่สิ่งเก่า ๆ เข้ามาทับถม


ปัจฉิมลิขิต : ง่วงนอน


Sunday, November 29, 2009

สิ้นเดือน


สิ้นเดือน

แดดออก

ลมหนาวพัดผ่าน

เงินตราสะพัดพรั่ง






เงินในกระเป๋า

จะเอาอะไร

คิดไม่ออก

หลายตัวเลือก






วันที่หนึ่งกินสาม

วันที่สิบสองกินสอง

วันที่ยี่สิบสองกินหนึ่ง

ใกล้สิ้นเดือนยืมเงินกระเป๋าผู้อื่น






มีเงินเหมือนเป็นเศรษฐี

หลายคนยินดียืมเงิน

มีเงินให้ยืมเขาเรียกเฮีย

ไม่มีให้เขาเรียกเฮี้ย






ใกล้สิ้นเดือนจิตคิดคล้ายยาจก

ท้องยาไส้ระหกระเหิน

แดดออก ลมหนาวพัดผ่าน

สิ้นเดือนอีกที




ปัจฉิมลิขิต
| ด่วน! เปิดหลักสูตรการบริหารใช้เงินเดือนให้ใช้ได้ตลอดเดือน

โดย คุณธีรวัฒน์ พักดีจัง

Wednesday, October 14, 2009

พัดลม


พัดลมหมุน ณ ข้างหน้า

ลมพัดมาพาใจหวิว

คิดลอยจนตัวปลิว

ลอยละลิ่วพลิ้วไปไกล






หน้าร้อนร่อนระทม

มีพัดลมก็ไหม่ไหว

อากาศร้อนไม่เป็นใจ

ไม่มีใครมาพัดวี






ตัวเธอสูงส่งฟ้า

มีอาม่าชื่อซูฉี

มีแอร์ยี่ห้อดี

มาเป่าวีให้ดีใจ






นอนสบายให้เย็นฉ่ำ

ร่างลอยลำล้ำละลิ่วพลิ้วใยไหม

คนในฝันเธอคิดถึงใคร

โปรดรู้ไว้ฉันคิดถึงเธอ






อยู่ข้างล่างมันก็ร้อน

เวลานอนก็ละเมอ

อยากนอนในห้องเธอ

อยากรู้ว่าเธอใช้แอร์เบอร์อะไร






ถ้าเธอใช้เบอร์สอง

โปรดได้จองแอร์์ตัวใหม่

แอร์เบอร์ห้านั่นสิใ่ช่

ประหยัดไฟใช้จ่ายหดลดไปนาน






ช่วยลดโลกร่อนร้อน

นอนหน้าพัดลมอยู่ได้นาน

ชื่นใจชื่นสราญ

ไม่ต้องขานร้องร่อนระทม






วันใดเธอเบื่อแอร์

ลองพักตร์แปรแลความสม

มานั่งหน้าพัดลม

ให้รู้ว่าสายลมจากพัดลมเครื่องนี้นั้นมีแต่เธอ




ปัจฉิมลิขิต | 55+

Sunday, September 27, 2009

วีน




เมื่อเช้า


ผอ จอ กอ เรียกประชุม

ตอนเก้าโมงเช้า

ตื่นแปดโมง

กับอีกสี่สิบห้านาที





แต่งตัวเสร็จเก้าโมง

กับอีกห้านาที

พี่เบิร์ดมารับ




ไปถึง

ผอ จอ กอ ยังไม่ประชุม




นั่งรอ





เก้าโมงครึ่ง

เริ่มประชุม





พูด ๆ






ซึ่ง





ไม่ค่อยเกี่ยว



กับกูเลย









....







สิบโมงครึ่ง


"เอ่า วันนี้มีแค่นี้แหละ กลับบ้านได้"


กำลังจะลุกขึ้น



"เดี๋ยวบอย ตาว ยีนส์ แล้วก็ผู้ช่วยอยู่ก่อน"



นั่งต่อ



คนอื่นออกไปหมด



"ผมถามหน่อยว่าในร้านเรามีปัญหาอะไรกัน"


แล้วก็วีน

มันยาว






สรุปคือ


ปัญหาในร้าน


คือปัญหาของผู้ช่วยฯ


ที่ไม่ค่อยเอาไหน


อยู่กับหัวหน้า - ทำอีกอย่าง

อยู่กับลูกน้อง - ทำอีกอย่าง


สั่งงานไม่เป็นระบบ

คุณคิดคุณทำดี

แต่คำพูดกับงานไปคนละทิศทาง

ลูกน้องของคุณจะเชื่อเหรอ






คุณทำงานวันละ 10 ชั่วโมง

ผมทำงานวันละ 15 ชั่วโมง

ผมทุ่มเท

คุณปล่อยละเลย




ความดีไม่ค่อยปรากฏ

แต่ความดีของคุณ

ทำให้ขนหน้าแข้งหัวหน้าหลุดไปชั่งกิโลขายได้




ไม่มีใครพูด

ผมก็พูดตามความจริง

พอความจริงได้ยินกับหัวหน้าคุณ

ปากของคุณบอกว่าไม่ใช่

ไม่เคยทำ




ผมเห็นแล้วละอายใจ

ตอแล


มาก












ปัจฉิมลิขิต | จริง ๆ ครับ

Monday, August 31, 2009

ฤ|ว่าจะ|ดูฝน



พบรักตอนฝนตก

ช่างโรแมนตกแมนติกอะไรจริง


กางร่มและไหล่อิง


ในความจริงคือฝันไป







ในสภาพและความจริง

น้ำตาวิ้งและย้อยไำหล

ในโลกนี้บ่มีใคร

มาห้อยไหล่ที่ฉันเลย






ความเหงามักมากับฝน

ต่างระคนช่างเปรียบเปรย

ฉันนั่งอยู่เงียเงย

และเสยผมที่ตัดใหม่






ฟ้าร้องดังเปรี้ยงปร้าง

แล้วถามว่า "แกรู้สึกสงสารฉันไำหม"

ฉันตอบไปว่าไม่เลย

ฟ้าจำเลยเชลยรักน้ำตาท่วมจอ






ฉันบอกฟ้าว่าพอแล้ว

ถ้าอยากได้แม้วกลับประเทศก็เชิญเลย

แดงฎีกาทำไมฟ้าจึงร้องเปรย

ฟ้าบอกเลยมันแปลว่า "กูเกลียดเหลี่ยม"






รึว่าฤดูฝน

คือฤดูคนอยากระบายให้ใจเจี๋ยม

ระบายน้ำหัวใจที่ไหม้เกรียม

ให้เท่าเทียมกับหัวใจแรกเริ่มมา






อยากร้องไห้ไปกับสายฝน

ไม่อยากให้คนเห็นน้ำตาที่ร้องหรา

เสียงน้ำตากระทบพื้นกลบเกลื่อนมิดเงียบสนิทกับสายฝนมา

กี่น้ำตาร้องไห้ีที่เธอไม่เคยแลเหลียวมอง






สุดท้ายคือความเศร้า

รอบตัวเราเจือสีเทาและหม่นหมอง

เสียงสายฝนกับกลอนไม่คล้องจอง

แต่ลองมองความจริงใจที่ฉันมี


20090829 0348


ปัจฉิมลิขิต | ...

Sunday, August 16, 2009

10 อย่าง ไม่ควรในเซเว่น-อีเลเว่น



เซเว่น-อีเลเว่น ใกล้บ้านคุณ


จะใกล้หรือไกล

เข้าบ่อยหรือไม่บ่อย นานทีนานครั้ง

ตากแอร์ เดินเล่น ซื้อเบอเกอร์ หรือกดสเลอปี้มาดูดเล่น

สิ่งที่คุณไม่ควรปฎิบัติในเซเว่น

ถึงแม้จะไม่ได้ติดป้ายว่าห้าม

หรือป่าวประกาศออกกฎหมายที่ไหน

แต่ก็ไม่ควรจะทำ






ข้อแรก


ก่อนเข้าร้าน ดูตีนตัวเองก่อนว่าเปื้อนดินเปื้อนโคลนมาที่ไหนรึเปล่า

เพราะถ้าเดินทั้งที่ตีนเปื้อนอยู่้

ในพื้นที่ขายของเซเว่นก็จะเปื้อนไปด้วย

ลำบากคนตามทำความสะอาด



ข้อสอง

สนใจพนักงานที่ทักทายคุณด้วยเสียงแรกแย้มของกลีบกุหลาบประดับสวรรค์

"สวัสดีครับ/ค่ะ เชิญค่ะ"

ยิ้มสักนิด หันหน้าเข้าหาพนักงานสักหน่อย

เพราะถ้าคุณไม่ทำอย่างนี้

ต่อไปอาจไม่ได้ยินเสียงนี้ต่อไป

อาจดูเงียบ ๆ เวลาเข้าเซเว่น

ให้พอรู้แก่หัวใจพนักงานว่า

ที่กูพูดไปยังมีฟีดแบ๊กมาบ้าง



ข้อสาม

คุณต้องการไส้กรอกใช่ไหม

ต้องการเบอเกอร์ใช่ไหม

ของพวกนี้ต้องมีกับแกล้ม

เช่น ผักกาด หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ และแตงกวา

ซึ่งมีอยู่ในเซเว่น

เวลาจะคีบผักใส่ถุงของคุณ

ก็อย่าทำตัวเหมือนเด็กสามขวบ

เลอะเทอะ เละเทะ บีบซอสต้องให้เปื้อนอะไรบ้างล่ะ





ข้อสี่

อยากซื้ออยากได้อะไรไม่ว่า

แต่ถ้าเปลี่ยนใจ

ไม่เอาดีกว่า

เอ็กแซมเปิ้น

เดี๊ยนซื้อมันฝรั่งมาหนึ่งห่อ

เดี๊ยนกำลังจะไปคิดเงินแล้วนะ

เดี๊ยนเกิดเปลี่ยนใจ

เดี๊ยนไม่เอาดีกว่า

แต่ชั้นวา่งมันฝรั่งมันอยู่ท้ายร้านแหนะ

เดี๋ยนมีสันดานมักง่ายอยู่ในใจ

เดี๊ยนวางบนชั้นแถว ๆ นั้นแหละ

แล้วเดี๊ยนก็ไม่คิดอะไร

แต่กูคิด





ข้อที่ห้า



เดี๊ยนซื้อของมาเยอะมากเลย

แต่ไม่เอามันฝรั่งในข้อ 4

เดี๊ยนซื้อของมาสองตะกร้าเต็ม ๆ

เดี๊ยนวางของแล้วนะคะ

แล้วก็ยกแรงแขนทั้งสองไว้บนเคาเตอร์ชำระสินค้า

พนักงานแคชเชียร์ช่วยรับสินค้า

"ของทั้งหมดมีเท่านี้นะครับ/คะ"

เดี๊ยนตอบไปว่า "มีเท่านี้แหละค่ะ"

"รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มด้วยไหมครับ/คะ"

"ไม่ล่ะค่ะ เดี๊ยนอิ่มแล้ว"

พนักงานชำระสินค้าด้วยบาร์โค๊ด

ขณะที่ชำระสินค้าอยู่นั้น

"เดี๋ยวเดี๊ยนมานะคะ ไปเอามันฝรั่งก่อน เดี๊ยนเปลี่ยนใจ"

เดี๊ยนเดินฝ่าลูกค้าท่านอื่นที่มารอต่อแถวเพื่อชำระสินค้า

แล้วเดี๊ยนก็ไปท้ายร้าน เดินด้วยท่าทางอุ้ยอ้าย

ลูกค้าท่านอื่นรอ

พักรายการสินค้าไว้ไม่ได้

เพราะพักไว้ก่อนแล้ว

ต้องรอเดี๊ยน

อย่าทำนะครับ/คะ

ชำระสินค้าแล้ว

ก็อย่าเดินผละออกไปเลือกสินค้าในขณะที่ลูกค้าเยอะอยู่

ไปนานนี่สิครับ/คะ

กูล่ะเบื่อ





ข้อที่หก


ด่าเดี๊ยนไล่ออกไปจากร้านแล้ว

ฮ่า ๆ ๆ

มีผู้ชายหน้าตาเหมือนจะดี

มาชำระสินค้า

"สินค้าทั้งหมด หนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ดบาทครับ/ค่ะ"

ชายผู้นั้นยื่นเงินเป็นจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบบาท

"รับมาหนึ่งร้อยห้าสิบบาทนะครับ/คะ"

(กร๊อกแกร๊ก)

"เงินทอนเก้าบาทครับ/ค่ะ"

"รอรับใบเสร็จด้วยนะครับ/ค่ะ"

ชายผู้นั้นรับใบเสร็จ

แล้วขยำ

โยนมาไว้ที่หน้าพนักงาน

คุณไม่เอาก็บอกซีครับ/คะ

หยิบไปก็เอาไปทิ้งถังขยะหน้าร้านก็ได้

เสียพลังงานกูในการยกแขนยื่นใบเสร็จให้




ข้อที่เจ็ด


ในบางเวลาพนักงานจะออกมาใช้ไม้ม๊อบ

ทำความสะอาดพื้น


ถูแล้วมันจะเปียกใช่ไหม

คุณก็เลี่ยงไปใช้ทางอื่นที่ยังไม่ได้ถู

สังเกตสักนิดหนึ่งนะครับ/คะ

คุณลองเหยียบพื้นในขณะที่เปียกดูสิ

แล้วมันก็เปื้อนใช่ไหม

แล้วลองมาสายตาพนักงาน

ที่เพิ่งถูพื้นผ่านพ้นไปเมื่อตะกี้นี้

ถึงคุณพูดว่า

"ขอโทษนะครับ/คะ"

และถึงแม้ว่าพนักงานจะตอบว่า

"ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ"

แต่เสียงของคำว่าไม่เป็นไร

มันจะมีเสียงกระทบกระทั่งของฟันอยู่







ข้อที่แปด


แบบตรง ๆ

อย่ารู้ดีกว่าพนักงาน

โอ้อวด

คุยนั่นนี่

เป็นมาอย่างนั้นอย่างนี้

ทำไมสาขาอื่นทำได้

สาขานี้ทำไม่ได้

อะไรประมาณนี้

ถ้ารู้ดีกว่า


มาเป็นแทนกูสิ






ข้อที่เก้า



ท้ายใบเสร็จ

จะมีเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ใช่ไหม

เออ ถ้าร้านที่คุณไปมันดี บริการดี

ก็โทรไป


แล้วถ้าคุณมั่นใจว่าพนักงานบริการไม่ดีจริง

ก็โทรไป

และถ้าอะไรที่เป็นความผิดของคุณ

เอ๊กแซมเปิ้น

ซื้อของอันนี้แล้วทำไมไม่ลดราคาให้เดี๊ยนล่ะคะ่

(เดี๊ยนมาอีกแล้ว)

เดี๊ยนลองมาป้ายว่ามันมีเงื่อนไขอะไรไหมครับ/คะ

ถึงได้ลดราคา

เป็นเช่นนี้

ก็อย่าได้

เอะอะก็โทรฟ้อง โทรแจ้ง

ไม่แน่จริง

อย่า





ข้อที่สิบ


โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ/คะ





ปัจฉิมลิขิต | จากใจ

Sunday, June 7, 2009

ลิ้นบวม



เมื่อเช้ากลับมาจากที่ทำงาน

ตอนเก้าโมงเช้า

แล้วก็นอน

เพิ่งจะตื่นเมื่อตอนหนึ่งทุ่ม




นอนกลางวันฝันไปว่า

ฉันเป็นตำรวจ

แต่คงไม่ใช่ตำรวจพันศักดิ์

55+

กำลังจับผู้ร้ายในทุ่งนา

ฉันตะโกนลั่นทุ่งออกไป

"ไอ้เสือย้อย มึงมอบตัวซะดีๆ ถ้ามอบตัวตอนนี้ โทษก็น้อยลงนะโว้ย"

เสือย้อยแอบอยู่หลังหุ่นไล่กาตะโกนกลับ

"ไม่มีทางเว้ย วันนี้กูจะฆ่าตำรวจเว้ย"



แล้วความฝันก็เลือนไป

แล้วไปฝันอีกเรื่องหนึ่ง

ฝันว่า

กำลังเกี่ยวข้าวในทุ่งนา

ทำไมต้องในทุ่งนาด้วยวะ

กำลังก้มหลังสู้ฟ้าหน้าสู้นา

ใช้เคียวเกี่ยวรวงข้าวรวงสีทอง

ข้าวเปลือกหลุดร่วงลงดิน

โดนหัวหนูนา

มันกัดนิ้วหัวโป้งตีน

ฉันร้องสุดขีดใจ

นั่งล้มกองกับพื้น

เอามืองัดตีนขึ้นใกล้หน้า

แล้วปากยื่นไปอมนิ้วหัวโป้งตีน

น้ำลายจากซอกฟัน

ช่วยบรรเทาความเจ็บ






สะดุ้งตื่นขึ้นมา

อาบน้ำ

แต่งชุดทำงาน

เตรียมไปทำงาน

รู้สึกในปากว่า

ลิ้นข้างซ้ายในบวมเล็กน้อย

ใช้ฟันขูดๆ ลิ้น

เพราะมันคันๆ

มันก็เริ่มบวม

ตอนนี้มันบวมไปครึ่งลิ้นแล้ว

และมันก็พูดไม่ชัดด้วยแหละ

เวรกรรม




ไปก่อนนะครับ

ไปทำงานก่อน

เดี๋ยวสาย

อายเจ้านายตายเลย



ปัจฉิมลิขิต | อะหวัดดีฮับ เฮินฮับ อับอาลาเปาเพิ่มไหมฮับ