Tuesday, March 17, 2009

Change!



เมื่อวานนั่งรถไปในสุพรรณฯ มา

ไปหางานอะไรทำ

ที่ไหนก็ได้

ที่มันไม่ใช่ด่านช้าง

เพราะรู้สึกเบื่อ

หาแรงบันดาลใจ

จะทำอะไรไม่ได้เลย

อยู่มานานแระ

ชีวิตคนเราอยู่ที่เดิมไม่ได้หรอก

มันต้องมีเปลี่ยนกันบ้าง

เดี๋ยวจะเบื่อตายชักกันเสียก่อน



สมัครงานโดยพื้นฐานแล้วจะต้องมีหลักฐานต่อไปนี้

หนึ่ง สำเนาบัตรประชาชน

สอง
สำเนาทะเบียนบ้าน หน้าที่เป็นชื่อของเรา

สาม สำเนาวุฒิการศึกษา

และการเซ็นสำเนาถูกต้อง

ทางที่ดี

ควรขีดยาว

แล้วเซ็นทับตรงที่มีชื่อของเี่รา

เพื่อที่จะได้

ไม่มีใครไปแอบอ้างเอาชื่อของเราไป



มาขึ้นรถ 69 กรุงเทพฯ-ด่านช้าง

แต่ไปลงสุพรรณฯ

แล้วก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสาร

ดูใบวุฒิ

ชิบห่าจ๋า

เอาใบวุฒิเกรด 5 เทอมมาทำไม

ประทับตราในเอกสารเลยว่า

"ยังมิจบหลักสูตร"

เอาไงดีกว่า

เหลืออีก 10 นาที รถจะออก

วิ่งไปที่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง

"พี่ไปบ้านผม ซอย 6 เร็วๆ เลยนะ หกเก้าจะออกแล้ว"

วิ่งเข้าบ้านไปเอาวุฒิฉบับเต็มมา

รถพี่เค้าก็โซ่ไม่ค่อยดีนะ

"กุ๊งกิ๊ง กิ๊กกั๊ก"

เสียงโซ่รถน่ารักจริง



ผ่านดอนเจดีย์

แน้ ไปเหลือบเห็นอะไร

ที่ไม่ค่อยเป็นมงคลแก่สายตาเอาเสียเลย

แต่ก็นะ...

ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปแล้ว

มันคงเป็นแค่ที่เดียว

เท่านั้นแหละ



ไปถึงหอพักของเพื่อน

ไปที่เซเว่น

สมัครงานครับ

"น้องคะ ที่นี่ไม่เคยมีผู้ชายทำงานเลยนะ"

ทำหน้านิ่งๆ

"ก็เคยทีมาทำนะ แต่ทำสองวันก็ออก เพราะพวกพี่จับผู้ชายกินหมด"

"???"

"ล้อเล่น"

ผู้จัดการนั่งสัมภาษณ์

"ทำงานที่เก่าก็นานเหมือนกัน ทำไมออกซะล่ะ"

"ช่วงนั้นติดธุระที่บ้าน ก็เลยออกจากงานมาครับ"

(จริงๆ ไม่ใช่อย่างนั่นหรอกครับ)





สัมภาษณ์เสร็จ

"สิ้นเดือนเริ่มทำงานนะคะ คนเก่ากำลังจะออกสิ้นเดือน"

โหว อีกนานเลย




นั่งรถตู้กลับบ้าน

รองาน



ปัจฉิมลิขิต | I will be a 7Eleven Man

Saturday, March 14, 2009

คำขอร้องจาก ผอ จอ กอ


เช้าเจ็ดโมงครึ่ง

เมฆครึ้มบดบัง

บรรยากาศสีเทา

อากาศเย็น

เป็นใจ

น่านอน

ละอองฟองกลิ่นฝน

บันดลกลิ่นฟุ้งกระจาย

ลมเย็นๆ พัดอะไรมา

ให้เราเจอกับ

ฝนตกในฤดูร้อน




จัดการสะสางธุระค้างคา


ให้มันจบๆ ไป

เวลาเที่ยงในบรรยากาศอึมครึม


แวะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมงานเก่าซักหน่อย

หาอะไรกินด้วย



"เอ้อ ยี้นนนนส์ มาพอดีเลย" เสียงจากแคชเชียร์

"มีอะไรเหรอครับพี่ต่าย ทำเสียงสูงเชียว"

"พี่พิณมีอะไรจะคุยด้วย โทรไปหาก็ไม่ติด"

"ผอ จอ กอ เนี่ยนะ บ้าเปล่า"

"ไม่รู้เหมือนกัน เห็นมีอะไรจะคุยกับยีนส์"

"ไหนล่ะ ผอ จอ กอ อยู่ไหน รีบคุยรีบไป"

"อยู่หลังร้านน่ะ" แคชเชียร์ชี้นิ้ว

"ถ้าเรื่องตังค์ จะถีบหน้าให้ปลิวเลย"




ระหว่างที่รอผู้จัดการ

ไปคุยกับพี่วุฒิสักนิด

"เป็นไงมั่งครับ ที่นี่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมั้ยเนี่ย"

"เหมือนเดิ้ม เมื่อเช้ามีเด็กมาใหม่ เมื่อพักเที่ยงนี่ลาออกไปแล้ว"

"เฮ้ย! ขนาดนั้นเชียว ฮ่าๆ คุณผู้จัดการอีกล่ะสิ"

"ก็ก่อนไปพักก็ถามว่าบ่ายนี้จะกลับมาอีกรึเปล่าเนี่ย"

"แล้วยังไง"

"มันก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วก็ส่ายหน้า"

"ฮ่ะๆๆ"

"คงไม่มาแล้วครับ ตอนแรกก็นึกว่าพูดเล่นๆ บ่ายนี่ไม่มาเลยเว้ย"

"ผอ จอ กอ แผลงฤทธิ์ ฮ่ะๆๆๆ"





ขณะที่กำลังหัวเราะเสียงดัง ผอ จอ กอ โผล่หน้ามาพอดี

พยักหน้าหนึ่งที เรียกให้ไปข้างหลัง

นี่ก็พยักหน้าหนึ่งทีเหมือนกัน เรียก ผอ จอ กอ ให้มาข้างหน้า

"มีอะไรก็รีบคุยเลยครับ ค่อนข้างรีบ"

ผอ จอ กอ ก็เดินมาข้างหน้า

ทำท่ามาดผู้จัดการเบ่งอำนาจ

"ตอนนี้ยีนส์มีงานอะไรทำมั้ยล่ะ" ผอ จอ กอ เปิดประเด็น

"ทำไมเหรอครับ" ทำหน้าตาเหรอหรา

"ก็ถามดูเฉยๆ"

"มันไม่เฉยแล้วล่ะครับ"

"คือพนักงานที่ร้านของเราเนี่ย ที่มาใหม่ มาแล้วก็ออก"

"ร้านนี้ไม่ใช่ของเรา มันของพี่แล้วแหละ"

ผอ จอ กอ พยักหน้าสีหน้านิ่ง

"แล้วยังไงล่ะครับ มาเล่าปัญหาของร้านให้ผมฟังทำไม"

ผอ จอ กอ ทำท่าจะพูด

"วันนี้ผมมาร้านนี้ ผมมาในฐานะของลูกค้านะครับ" ผมพูดตัดบท

"ผมว่าพี่ก็มีวิธีแก้ปัญหาของพี่เองนะครับ ผมเชื่ออย่างนั้น"

"แต่ปัญหาพี่ก็แก้คนเดียวไม่ได้หรอก พี่ทำงานคนเดียวไม่ได้"

"ก็เลยจะเอาผมกลับเข้าทำงาน" ผมทำหน้ารอคำตอบ

"ใช่"

"ไม่"

"ผมพูดตรงๆ แก้ปัญหาตรงที่พี่นั่นแหละครับ"

"พี่รู้....."

"รู้ว่าม่จำเป็นต้องเอาผมมาทำงานก็ได้"

"พี่ไม่ได้ขอร้องนะ พี่มดผู้จัดการเขตเขาขอร้องมา"

"ผมก็ไม่ได้ขอร้องตัวเองให้มาทำงานที่นี่อีกครั้งหรอก"




ผมตัดบทด้วยการเดินออกมาจาก ผอ จอ กอ

เพราะคุยอย่างไร ก็ไม่มีทางอยู่แล้ว

"ยีนส์ๆ เมื่อกี้นี้พูดได้สุดยอดมากเลย เมื่อกี้แอบฟังอยู่"

พี่วุฒิพูดด้วยเสียงหัวเราะ

"เมื่อกี้คุยอะไรกับพี่พิณล่ะ" แคชเชียร์ฺเข้ามาเสริม

"ก็ไม่มีอะไร ให้พี่วุฒิเล่าให้ฟังล่ะกัน"

"เนี่ยในร้านเดี๋ยวก็ออกกันอีกแล้ว"

"ใคร..?"

"สามคน ก็ไอ้วี พี่วุฒิ แล้วก็แชมป์"

"ดีแล้ว ท่าน ผอ จอ กอ เขามีวิธีแก้ปัญหาของเขาเองแหละ"



ผมเดินออกจากร้านที่มีแต่ผู้จัดการอาบด้วยความเสแสร้ง




ปัจฉิมลิขิต | จงพูดดีกับคนทุกคน เว้นแต่จงพูดกวนตีนกับคนที่กวนตีน


Thursday, March 12, 2009

PAD@สามชุก


2009|03|08


บ่ายแก่ๆ

นั่งเล่นเน็ต

เรื่อยๆ

เพลินๆ

แว๊บไปดูบล๊อกของคุณโฟล์คเหน่อ


"
5 แกนนำพันธมิตรฯ บุก!!! สามชุก ตลาด 100 ปี สุพรรณบุรี"

เป็นงงครับ

มายังไง

พันธมิตรมายังไง

มาทำไม

งง


อ่านไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจ

"กุเพิ่งจะไปสามชุกมาเมื่อวานนี้เอง ไม่มีใครบอกกุเลยวะ แหมๆ"

ออกจากร้านเน็ต

กลับบ้าน

เตรียมตัว

ไปพันธมิตร เว้ย...ยย



และแล้ว

ชญานิษฐ์ส่งข้อความมาทันใด

"มาสามชุกๆ ชุมนุม พธม!! มือตบ เฮ้ๆ 55+"

เธอไม่พลาดงานนี้แน่



นั่งรถจักรยานยนต์ไปเหมือนเดิมครับ

เหมือนกับเมื่อวานนี้แหละ

กว่าจะออกจากสามชุกได้

ก็หกโมงครึ่งแล้ว

มันเริ่มมืดแล้ว

แต่ขับรถสบายดี

อากาศไม่ร้อน

แต่ขับรถค่อนข้างจะรีบ

กลัวคนฉุด

แหะๆ



กว่าจะไปถึงก็ทุ่มกว่าๆ

รถเยอะมากมาย

บึ่งรถไปที่ตลาดร้อยปีเลยครับ

ไม่เห็นมีอะไรเลยอ่าา

ขับรถไปเรื่อยๆ


ก็เจองานแล้วครับ


อยู่้ที่ศาลาประชาคมสามชุกนั่น





หาที่จอดรถ

ถอดหมวกกันน๊อก

แมลงติดที่หน้ากระจกหมวกกันน๊อกเพียบเลยครับ

สังเวยชีวิตให้ธีรวัฒน์แท้ๆ

"ใส่เสื้อธรรมดาเข้างานงี้เหรอ"

ซื้อเสื้อเลยครับ

ซื้อหน้างาน

ใส่หน้างาน

เนียน...น

"PAD พันธมิตรไม่มีวันตาย"



จุดประสงค์ของการมางานนี้

ไม่ได้มีความคิดอยู่ฝ่ายพันธมิตรหรอกนะครับ

แค่เป็นกลาง


จริงๆ แ้ล้วอยากมาถ่ายรูปมากกว่า

เบื่อถ่ายรูปที่ด่านช้างแล้ว

จำเจ
มากมาย




[เสียงประกอบ : เสียงมือตบเซ็งแซ่ เสียงเฮของผู้ร่วมชุมนุมพันธมิตร]

"ฮัลโล อยู่ข้างหลังเฟ้ย"


"อะไรนะ"


"อยู่ข้างหลัง"

"ไม่ได้ยินเล้ย"

"ข้างงงง หลังงงง เว้ยยยยย"



....

วางสายโทรศัพท์
ส่งข้อความไปแทน

"อยู่ข้างหลังครับ~"




...



ชญานิษฐ์เข้าใจ

โดยการเดินมาหา

ทำหน้าบาน

และปากสวยๆ ของเธอ


[กร๊าดๆ]

"นี่กว่าจะเห็น ก็ธีรวัฒน์มามืดๆอย่างนั้น"


ขอบคุณที่พูดความจริง



อยู่ข้างในมันก็ร้อน คนก็แยะ

เดินออกมาชมนกชมไม้กันดีกว่า

มีอาหารแจก

ร้านขายเสื้อผ้า

เน้นไปทางเสื้อสกรีนเกี่ยวกับพันธมิตร

ผ้าโพกหัว

ดนตรี

ซีดีเพลง


ข้าว ASTV

เยอะแยะมากมาย

ตลาดนัดพันธมิตรนั่นแหละ

ง่ายดี



ครอบครัวชญานิษฐ์โบกมือบ๊ายบายกลับบ้านไปแล้ว

ธีรวัฒน์ก็เดินด่อมๆ ทั่วงาน

ถ่ายรูปเรื่อยไป


เห็นเค้าวาดรูปเหมือนกัน


ยืนเล็งตั้งนาน

เห็นคนวาดรูปก็ยืนว่างๆ


"วาดรูปให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ"

"ได้่ครับ เชิญเลยครับ นั่งเลย"




"นั่งสบายๆ นะครับ ไม่ต้องเกร็ง พิงหลังไปได้เลยครับ"

ก็ทำตามอย่างที่เขาบอก

"มองมาทางนี้นะครับ .... โอเคครับ สบายๆ นะครับ"



คนน้อยมากมาย

ไม่ค่อยมีใครมาดู

สบายดีจริง

ไม่ต้องเกร็ง




สักพัก



คนเริ่มเยอะ

เริ่มเดินออกมาจากทีุ่ชุมนุม

และหยุดตรงนี้

ตรงที่วาดรูป


บรรยากาศคนซึ่งเยอะมาก


เดินเข้าเดินออก


แต่บรรยากาศในสายตาของธีรวัฒน์

มันวังเวงชอบกล

"รูปสวยเนอะ"

ผู้คนจากสารทิศ


เริ่มเพ่งสายตา

ที่รูป

ที่หน้ากุเอง

ที่รูป

ที่หน้ากุอีกที


สลับไปมา

ทีสองที

ดูสิดู

จากที่นั่งสบาย

เิริ่มเกร็ง

สายตากลิ้งกลอก

บอกไม่ถูก

ในใจคิดแต่เพียงว่า

"คุณพี่ครับ เมื่อไหร่จะเสร็จซักทีครับเนี่ยย"



คนวาดรูปพยักหน้ายาวหนึ่งที

ทรานสเลทว่า

"เสร็จแล้วครับ"

ในที่สุด

เราก็ได้รู*ไปประดับห้องส้วม

ไว้ 1 รู*วาด




ก่อนกลับบ้าน

ชมดนตรี

โฟล์คแจ๊สสักนิด


บึ่งรถกลับบ้านคันเดิม

ออกจากสามชุกประมาณสี่ทุ่มครึ่ง


กลับบ้านบรรยากาศดึกๆ อย่างนี้

น่ากลัวนี้นะครับ


ต้องขับอย่างระมัดระวัง

ทางที่ดีไม่ต้องออกมาเลยครับ

และอย่าทำอะไรบ้าๆ แบบผม

คุณอาจจะเจอในแบบผมพบเจอ

ในค่ำคืนนี้ก็ได้




บรรยากาศข้างทาง

มีแต่โต๊ะจีนงานบวช งานแต่ง

เยอะมากๆ


แต่ตอนขากลับนี่


นั่งกันอยู่ไม่ถึงสิบโต๊ะ


บางงานก็เมามาย

บางงานก็เก็บเครื่องไฟกันแล้ว

มีรถตามมาอยู่ไม่กี่คัน

ขับพอเป็นเพื่อนได้


แต่พอถึงทางแยก

ก็แยกไปคนละทาง

อีกคันไปอีกทาง

ผมก็ไปอีกทาง


ออกเดี่ยวในทางเปลี่ยว


เข้าเขตอำเภอหนองหญ้าไซ

ไฟข้างทางไม่มี


มีแต่ต้นไม้และคลองขนาบข้างทาง


และความมืดมิด





ไฟหน้ารถส่องป้ายข้างทาง


เขียนว่า

"ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์"




ขับรถไปได้สักพัก

มีรถกระบะ

ส่องไฟสูง


แสบตา


มองไม่เห็นทาง

เลยชะลอความเร็วรถ

ขับสวนกัน

"บฉ 2493 อ่างทอง"

คิดในใจ

"ถ้ากุเห็ีนอีกทีนะ ยิงคนขับรถซักที"




ขับไปได้ซักพักใหญ่ๆ

ไม่มีรถสวน

บรรยากาศมืดมิดดั่งเดิม


ไฟหน้ารถส่องป้ายข้างทาง


เขียนว่า


"ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์"

ยังไม่เอ่ะใจ ทางเข้า อ.บ.ต. คงมีหลายทาง





รถส่องไฟสูง


ขับสวน

ป้ายทะเบียน

"บฉ 2493 อ่างทาง!"




....



ตอนนี้ในสมองกำลังคิด


คิดว่า

รถส่องไฟสูงคันแรกทะเบียนอะไร


เพราะรถส่องไฟสูงคันล่าสุด

ป้ายทะเบียนจำได้แม่น






....





ไฟหน้ารถส่องป้ายข้างทาง


"ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์"



รถส่องไฟสูง

ขับสวน

ป้ายทะเบียน

"บฉ 2493 อ่างทาง!"

อีกแล้ว!






....




สมองเริ่มเบา


น้ำหนักตัวเองเริ่มเบา

รถที่วิ่งอยู่เหมือนกำลังจะลอย

ใจเริ่มหวิว

และกำลังไม่ได้คิดอะไร

กำลังจะวูบ



....




"เอี๊ยด.....ดดด"


รถจอดอยู่ข้างทาง

มองไปรอบ

บรรยากาศมืดมิดสนิทชั่วคืน

รวบรวมกำลังใจ
และสติ

เปิดหน้ากระจกหมวกกันน๊อก

"มึงจะเอาอะไรกับกู แน่จริงมึงก็ออกมาเลย"


หายใจเริ่มแรง

หัวใจเต้นเร็ว


สตาร์ทรถอีกครั้ง

บิดไปด้วยความกลัว

ออกด้วยความเร็ว


สักพักใหญ่

เห็นแสงไฟข้างทางสีส้มข้างหน้า

เข้าเขตด่านช้าง


โล่ง!




จอดรถข้างทาง

ดูสภาพตัวเองในกระจก

หน้าตาตื่นมาก

"บฉ 2493 อ่างทอง"

หรือว่า

ผีบัวฉิม ตายตอนปี พ.ศ. 2493

บ้านอยู่อ่างทอง

หรือ

ต้องการอะไรกันแน่วะเนี่ย




ถึงด่านช้าง

แวะเซเว่น

หาอะไรกิน

หอบแดกลงมาเลย

ไม่ไหว

ขับรถมาเหนื่อยมาก

แต่ไอ้เรื่องที่คิดไว้ตอนขับรถมา


สนุกดีเหมือนกันแฮะ!





ปัจฉิมลิขิต
| จริงๆ ก็ขับรถมาด้วยความปลอดภัยล่ะครับ




Tuesday, March 10, 2009

เที่ยวตามใจฉัน:ตลาดร้อยปี~บึงฉวาก



2009|03|07




ตื่นเช้า

คิดๆ

"น่าเบื่อจริง"

"หาอะไรทำหน่อยมั้ย"

"นั่นสิ ทำไรดี"

"ขับรถเที่ยว ถ่ายรูปเล่น"

"ที่ไหนล่ะ"

"แถวๆ นี้แหละ

"โว้วว เบื่อแล้ว ไปมาจนทุกมุม"

"แล้วจะไปที่ไหนนอกจากด่านช้าง"

"นั่นแหละ ที่ไม่ใช่ด่านช้าง"







"สามชุก"











การเดินทางครั้งนี้ ผมใช้รถจักรยานยนต์ไปครับ [Honda Wave 125i]

ไปสะดวก ร้อนหน่อย ซอกแซกไปง่าย

ตามสไตล์ตามใจฉันล่ะครับ




ออกจากด่านช้างตอนเก้าโมงเช้าพอดี

วันนี้แดดไม่ค่อยแรง ตอนเช้าแถมมีหมอกด้วย

ผ่านโรงงานน้ำตาลมิตรผล

แถวนี้รถสิบล้อเยอะมากมาย

สิบล้อขับก็ช้า จะแซงก็ไม่ได้

สิบล้อนี่เป็นแถวเลย อีกเลนนึงก็เป็นสิบล้อ

ข้างหน้าก็สิบล้อ

ข้างหลังก็สิบล้อ

จะตายก็สิบล้อนี่แหละครับ




ขับไปเรื่อยๆ ครับ ไม่รีบ

บิดประมาณซัก 60-70 กม./ชม.

ชมนกชมไม้

เหนื่อยก็พัก จิบสตาร์บักส์ซักหน่อย (หึๆ)




จากระยะทางตามป้าย ด่านช้างถึงสามชุก

51 กม.

แต่ตามระยะทางตามที่มิเตอร์ของรถมันแค่

42 กม.

ก็ไม่รู้ใครมั่ว



ประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ก็ถึงสามชุก

สามชุกมีอะไร

ก็ตลาดร้อยปีสามชุก

แบกกล้อง

ไปกันเลย!




เดินๆ ไปก็ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกครับ

เ้น้นถ่ายรูป

เดินมุมนู้นมุมนี้

มุมนี้มุมนั้น

เดินไปมา

ตั้งสองสามรอบ

แม่ค้าคงสงสัย

"มึงจะเดินอะไรนักหนา"



ปัญหาในการไปเที่ยวครั้งนี้

คือไปคนเดียวนี่แหละ

ไม่รู้จะถ่ายใคร

หานางแบบก็ไม่ได้

มันเปลี่ยววังเวงดีเหมือนกัน




มาสามชุกทั้งทีจะไม่ซื้อก็ไม่ได้

ก็ซื้อเสื้อสกรีนเป๊ปซี่ยุครุ่นแม่มาตัวนึง

ซื้อแล้วก็ถ่ายรอบร้าน เหอะๆ

แต่เสื้อก็แพงดี

ร้อยเก้าสิบ

ขอต่อเหลือ ร้อยแปดสิบ

แหะๆ

"น้องขา เสื้อไซส์ผู้ชายลดได้เท่านี้ล่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ คิดว่าช่วยๆ กันไป"



ก่อนกลับซื้อไอติมดับร้อนมาชิมซักหน่อย

ว่าจะอร่อยเหมือนของนี่รึเปล่า

แต่... ไอติมที่นี่มีหลอดด้วย

นี่ก็งง


กินไปเรื่อยๆ

ก็เข้าใจ


ดูดไอติมตอนละลาย

แต่ไม่ดูดหรอก

หวานเลี่ยนเชื่อมใจ





..................



"เที่ยวไหนต่อดี"

"บึงฉวาก"

"ไม่ได้ไปมาสองสามปีแล้ว"

"บึ่งรถไปเลยครับ"



ไปตามถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท

อำเภอสามชุกกับอำเภอเดิมบางนางบวช

ระยะทางไม่ไกลกันมากครับ

กระพริบตาสองครั้งก็ถึงแล้ว


ถึงเดิมบางฯ หรือที่เค้าเรียกว่าท่าช้าง

บางทีอยากจะนั่งรถเมล์ไปเดิมบางฯ

แต่ไม่เจอรถที่เขียนไปเดิมบางฯซักที

เห็นแต่รถที่เขียนว่าไปท่าช้าง


เค้าไม่เีขียนเดิมบางฯหรอกครับ


"ชื่อมันยาว"

ขนาดเขียนชื่ออำเภอเดิมบางนางบวช

ยังต้องเขียนไปยาลน้อย [ฯ]

"ขี้เกียจ"





แวะซื้อของที่ซีเจ เอ๊กเพรส สาขาท่าช้าง

แหะๆ

เจอก๊กเก่าที่เคยไปฝึกงานที่ด่านช้าง

เม้าท์แหลก

เรื่อง ผอ จอ กอ

อยู่ในนั้นนานพอควร

นี่ว่าจะไม่พูดเรื่อง ผอ จอ กอ ในบล๊อกนี้แล้วนะ

"จนได้"



จะไปบึงฉวากไม่ต้องกลัวหลงครับ

มีป้ายบอกตลอดทาง

ทุกกิโลเมตรก็ว่าได้


"พณฯ ทั่นบรรหารที่เคารพรักครับ

เอาป้ายบึงฉวาก

แบ่งไปทำป้ายบอกทางไปด่านช้างมั่งซีครับ

ด่านช้างเง้าเหงา"




ถึงแล้วครับบึงฉวาก

จากประตูทางเข้ารูปนี้

ขับรถเข้าไปข้างในอีก 4 กม.

กว่าจะึถึง




จอดรถ

ถอดหมวก

ผมกระเซิงมาก

55+

ไม่มีหวี

รีบเข้าห้อง

เซ็ตหล่อซักนิด

จิตแจ่มใส



ค่าเข้าชมอควอเรี่ยม

แก่ๆ 30 บาท

เด็ก 10 บาท

ใครสูงไม่ถึง 130 ซม. ไม่ต้องเสีย

เข้าไปเสีย 30 บาท

ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับ ว่าเป็นยังไง





อควอเรี่ยมที่นี่ไม่มีอะไรมาก


ปลาน้ำจืด
ปลาซิว ปลาสร้อย

เรื่องของปลาๆ





เบื่อๆ

ออกมาดูไอ้เข้ดีกว่า


ไปถึงก็มีโชว์พอดี

คนพากย์ก็พากย์ได้ใจ

คนแสดงก็เล่นขำ

ผ่าน!



เป็นกำลังใจแก่นักแสดงซักนิด




พูดถึงอควอเรี่ยมที่ทั่นบรรหารได้สร้างใหม่

ดูข้างนอกใหญ่มาก

แต่บัตรเข้านี่สิ

ร้อยยี่

คิดๆ

แล้วก็คิด

มาแล้ว

ก็เข้าสิวะ

จัดไป



เข้าไปค่อนข้างไฮโซมากมาย

เป็นห้องโถง มีตู้ปลาเล็กๆ มากมาย

พนักงานต้อนรับบอกว่า

"ของดีอยู่ชั่นสองค่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนทางนู้นนะคะ"

ขอดูปลาข้างล่างก่อน

ปลาสวยๆ ทั้งนั้นเลยแนะ


ปลาคนนั้นน่่ะครับ

55+

เอ้ามาดูเต่าดีกว่า


ของจริง



เชื่อพนักงานต้อนรับ

ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้นสอง

เห็นพนักงานสาวทำหน้าคิ้วขมวด

เช็ดราวบันไดเลื่อนอยู่

"มึงอย่าจับกันมากได้มั้ย กุขี้เกียจเช็ด"

แนะ! คิดแทนเค้าอีก



ทรูมูฟลงทุนโฆษณาในนี้เชียวครับ

บรรหารรับเละเชียวครับ



เข้าไปมีบันไดเลื่อนลงไปอีกทีครับ

โหวว อุโมงค์ยาวมากมาย

แถมไม่ต้องเดิน

บันไดเลื่อนมันเลื่อนพาไปเองครับ

เดินไปตามทางเรื่อยๆ

แล้วต้องเดินเข้าร้านขายของที่ระลึกด้วย

ทางมันบังคับให้เดินไปอย่างนั้น

เดินออกจากร้าน

มองไปรอบๆ

นี่มันทางเ้ข้านี่หว่า


"หมดแล้วเหรอ ร้อยยี่

มีเท่านี้ใช่มั้ย

เฮ้ย เร็วจริง"



เดินเข้าไปอีกรอบนึง

เดินกี่รอบก็ได้ ไม่เสียตังค์

ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง

เจอพนักงานสาวหน้าคิ้วขมวด

กำลังเช็ดราวบันไดเลื่อน

มองหน้า

"แนะ! จะเดินกี่รอบวะเนี่ย อย่าจับเชียวนะเมิง ขี้เกียจเช็ดเว้ย"






กลับบ้าน


อากาศร้อนมาก


ร้อนสุดๆ

ขับรถไป


ได้กลิ่นยางรถไหม้


งานเข้า

รีบจอดข้างทาง

ซื้อน้ำขวดราดล้อรถเลยครับ

ควันขึ้นเลย


เหอออ
อนาถใจ




ถึงด่านช้างด้วยความปลอดภัย





ปัจฉิมลิขิต
| ของฝากจากสามชุกครับ บะจ่าง ข้าวห่อใบบัวไม่มีนะครับ



มีแต่ปลาสลิ๊ด

ชญานิษฐ์ได้รับแล้วโปรดคอมเม้นท์กลับด้วยนะครับ