31 ธันวา
เลิกงานตอนบ่ายสอง
นอนบ่ายสี่ ตื่นสี่ทุ่ม
ทำงานห้าทุ่ม ปั่นจักรยานอยู่
"ฮัลโหล จะมาทำงานมั้ยเนี่ย"
"กำลังจะไปถึงแล้วเนี่ย"
"มาเร็ว ๆ ผลัดดึกยังไม่มีใครมา้เลย คนเยอะมาก มาเร็ว ๆ"
"เลิกบ่ายสองมันต้องทำงานเที่ยงคืนนู้นแล้ว"
"..."

มาถึงคิดเงิน
ขายของ
ยกโซดามาตั้งไว้
ขายไม่ทัน
น้ำแข็งในตู้หมด
แอลกอฮอล์ขายดี

1 มกรา
ขึ้นวันใหม่และปีใหม่
หลังเที่ยงคืน
แอลกอฮอล์ขายไม่ได้
เริ่มเปิดศึกกับลูกค้า
"โธ่ น้อง พี่ขออย่างเดียวพอหงกลมเดียวเอง ปีใหม่แล้ว มันขวดเท่าไหร่นะ"
"ร้อยแปดสิบสองบาทครับ"
"พี่ให้สองร้อยเลย ไอ้น้องง"
ลูกค้ายื่นธนบัตรแดงสองใบมาให้ "
เอาไป แ้ล้วเอาเหล้ามา"
ลูกค้าแผดเสียงพร้อมสีหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
"ไม่ได้จริง ๆ ครับ"
เริ่มทำเสียงห้วนพร้อมใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราพอทำให้น่ากลัวขึ้นมาได้
หลังเที่ยงคืนพนักงานยังไม่มาอีกหนึ่งคน
โทรไปตาม บอกว่า ลาออก เออ เอาเข้าไป บอกว่า เหนื่อย
เหนื่อยพอแล้ว รู้ว่ามันเหนื่อย แล้วถ้าออกไปแล้วคนที่อยู่้ไม่เหนื่อยกว่าเหรอ
ขอโทษ มันไม่ไหวจริง ๆ

หลังเที่ยงคืนเสียงข้อความในโทรศัพท์เริ่มดังเป็นระยะ
โทรมาอวยพร เออ ขอบคุณมาก แต่ไม่ว่างจริง ๆ ตีสองเพิ่งจะเริ่มทำความสะอาด
ลูกค้ามาประปราย เริ่มส่งข้อควา่มอวยพรปีใหม่

ตีสาม FC มาชิพดึก
เห็นฉันกำลังขัดเคาเตอร์ดริ้งค์อยู่้เลย
"ไอ้ยีนส์ ตีสี่แกจะเสร็จมั้ยเนี่ย"
"ปีใหม่ ก็ทำให้มันสะอาดหน่อยครับ :)"
ตีสี่เสร็จพอดี ออกไปกวาดพื้นหน้าร้าน
จักรยานไปไหน เอ้า ใครขี่ไป ดูรอบร้าน เอ่า ไม่มี ดูกล้อง ดูอยู่พัก
ไ้อเฮี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย โจรปีใหม่
....
ขาอ่้อน
งง
งานไอ้ที่ไม่ค่อยจะเสร็จ
ก็ยิ่งไม่เสร็จเข้าไปใหม่
....
อะไรกันนักหนา
รถเครื่องรอบที่แล้วเอาไปไม่มีตังต์เติมน้ำมันแล้วเหรอครับ
เดี๋ยวนี้มาขโมยจักรยานแทน
ตำรวจมา
ดูกล้อง
"น้องคนไหน"
"ผมเองครับ"
"พรุ่่งนี้เช้าเจ็ดโมง ไปแจ้งร้อยเวรนะ"
พยักหน้ารับ ว่าแล้วก็ต้องพูดประโยคนี้
ก็เหมือนรอบที่แล้วล่ะครับ
เจ็ดโมงเช้ายังไม่ออก
แปดโมงเช้าผู้จัดการเพิ่งมา
ลูกค้าเต็มร้าน
กับพนักงานผลัดดึกสองคน
เก้าโมงเช้าก็แล้ว
สิบเอ็ดโมงเช้าก็แล้ว
ไม่หยุด
ทำตลอด
เฮ้ย
บางคน
แมร่ง
ซื้อไปถมที่บ้านไงวะ
คนก็ไม่มีทำงาน
รถก็หาย
คนก็เยอะ
ปีก็ใหม่
งานก็ยังไม่เสร็จ
เที่ยงครึ่งถึงมีคนมาเปลี่ยน
ห่าราก
กูผลึดดึกนะว้อย
ไม่ใช่ผลัดเช้า
แมร่งคิดเงินมาทั้งคืนแล้ว
ยังให้กูคิดเงินตอนกลางวันอีก
ลูกค้าดีใจที่ได้ของที่ตัวเองต้องการ
เห็นยิ้มแก้มปริ
ที่พ่อซื้อหนังสือให้ลูก
แม่ซื้อเบอเกอร์ให้
แต่พนักงานที่คิดเงิน มันคนละอย่างกันเลยล่ะครับ
จะเป็นลม
ออกจากเคาเตอร์
ก็ก๊อปกล้องวงจรปิดเอง
อะไรเอง
ทำเอง
ไม่ต้องบอกผู้จัดการ
ขี้เกียจรอ
รถกูหาย
ไม่มีอารมณ์ทำงานแล้วว้อย
บ่ายโมงครึ่ง
ขึ้่นโรงพัก
ฉลองปีใหม่
เอากล้องไปให้ดู
ปริ้นรูปรถไปให้ดู

ชื่ออะไร
ขอดูบัตรประชาชนหน่อย
ร้อยเวรเสียงห้าวพลังแลมีอำนาจ
บนโต๊ะมีโน๊ตบุ๊กของกระทรวงไอซีทีรุ่นประหยัด
กับเครื่องปริ้นท์หมึกผสม
ภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำผิดกับข้างนอกที่ร้อนรุ่ม
หยิบกระเป๋าสตางค์พร้อมควักบัตรประชาชนที่ถ่ายสมัย ม.3
"นี่ครับ"
ระหว่างที่ร้อยเวรสอบปากคำ
จ่านิดที่เฝ้าหน้าห้องร้อยเวร
หนีความร้อนเข้ามาพึ่งแอร์เย็นข้างใน
พร้อมกับควักโทรศัพท์ไอโมบาย
ดึงเสา ดูทีวี
"เนี่ย ร้อยเวร เพิ่งซื้อมา แจ่มมั้ย ดูทีวีได้ด้วย"

"มีรูปจักรยานแบบชัด ๆ มั้ย"
"เอ่อ ไม่มีครับ"
"ถ้ามีมันก็ดี จะได้ตามง่าย ๆ"
"อ่อ ๆ มีครับ"
เปิดโทรศัพท์ เข้าเฟสบุ๊ค จำได้ว่าเคยอัพรูปจักรยานไว้บนนั้น
ส่งให้ร้อยเวรดู
"โห เยี่ยมมาก"
สอบปากคำไป พิมพ์ไป
ดูเหมือนการจะเป็นพนักงานสอบสวนได้
ต้องเก่งภาษาไทยเป็นแน่แท้
แลดูเอกสารสอบปากคำ
อ่านแล้วมันไพเราะกว่าที่คนประสบมาเองเสียอีก
ปริ้นท์ด้วยหมึกผสม
เอกสารสอบปากคำ
เซ็นชื่อ ธีรวัฒน์ จำเลย

แล้วก็คิดว่าปีใหม่ มันก็ไม่มีอะไรใหม่
มีแต่สิ่งเก่า ๆ เข้ามาทับถม
ปัจฉิมลิขิต : ง่วงนอน

No comments:
Post a Comment